ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เส้นทางชีวิตของพระธรรมทูต ในต่างประเทศ

ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง ขนาดคนเคยรักชอบพอกัน ปัจจุบันยังเปลี่ยนเป็นอื่นได้   ก็นั่นแหละครับท่านผู้อ่าน ในฐานะพระรูปหนึ่งซึ่งชีวิตก็น่าสงสาร หรือไม่ก็ควรที่ทุกท่านน่าจะให้ความเห็นอกเห็นใจบ้าง  ตัวฉันนั้นเกิดในครอบครัวผู้มีอันจะกินพูดตรงๆไม่อยากจะอวดโอ้  ฉันนั้นก็เหมือนกับหลายๆท่าน ก็มีอาหารการกินสามมื้อ มิได้จะอดอยากเสียเมือไหร่  ฉันนั้นเกิดเป็นลูกอีสานเขียว ข้าวเหนียวปั้น มีพี่น้องร่วมสายเลือดอยู่แค่สองคน เด็กๆตัวเล็กๆเป็นที่รักของตายาย .ได้เงินไปโรงเรียนวันละสองบาทเดาๆเอาก็คงพอรู้อายุอานาม เรียนจบป.๖ ชีวิติเหมือนมีใครขีดเส้นทางเดิน มีโฆษณา ติดต่อเรื่องบวชเรียนเขียนอ่าน เด็กหลายคนกรอกใบสมัคร..ส่วนฉันนั้นไม่ใยดีแต่อย่างใดก็ชะตาเขาว่าฟ้านั้นลิขิต มีบ้านติดกับบ้านของผู้ใหญ่บ้าน...พ่อแม่ปู่ย่า ตายายทราบเรื่องเข้าว่ามีโครงการบวชเรียน  จึงส่งตัวฉันนะไปประจำการอยู่ที่วัดกะเพื่อนๆทางบ้านข่อยเขาเรียกว่าให้ไปเป็งสังกะลี(ลูกศิษย์วัด)เพื่อให้ได้ท่องบ่นคำบวช  หลังจากนั้นไม่นานนักเจ้าหน้าที่ก็มารับฉันกะพวกเข้าสู่ตัวเมือง จุดมุ่งหมายคือวัดแสงเกษม  อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี...
    อาตมาภาพเมื่อเข้ามาบวช..มีชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาพระศาสนา..ตั้งแต่อายุได้ 12 ปี.ได้เริ่มเรียนธรรมะวินัย คือนักธรรมชั้นตรี โท เอก.กว่าจะเรียนจนถึงสามขั้นอายุก็ย่างเข้า สิบหกปีเสียแล้ว สืบเนื่องจากว่า อาตมาเรียนควบคู่หลายอย่าง ทั้งเรียนนักธรรมควบคู่กับวิชาภาษาบาลีและเรียนภาคปริยัติธรรมสามัญ ชั้นมัธยม ที่เรียนเกี่ยวกับ ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ พร้องทั้งวิชาธรรมะต่างๆควบคู่ไปด้วย.จึงไม่ค่อยมีความชำนาญในหลักวิชาการด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ..ครั้งที่เป็นสามเณรนั้นก็ได้จำพรรษาอยู่หลายวัดด้วยกันคือ วัดแสงเกษม วัดเวียงเกษม และวัดแจ้งสว่าง ต่อมาก็ได้ย้ายกลับมาประจำที่วัดแสงเกษมอีกครั้ง.จนกระทั้งได้ย้ายมาเรียนต่อ ม.6 ที่ โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา มจร. หลังจากเรียนจบ ก็เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่ มมร. มหามกุฎราชวิยาลัย ในชั่นปีแรกที่เข้าเรียน ได้ไปอาศัยห้องเรียนที่วัดราชาธิวาสวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือวาสุกีมากนัก ขณะเรียนชั้นปีที่ 1 อาตมาก็ยังเรียนวิชาบาลีควบคู่ไปด้วยและยังสอบไล่ได้เปรียญธรรมสามประโยคในปีนี้เช่นกัน จนกระทั้งเลื่อนขึ้นสู้ปริญญาตรีปีที่3 ก็ได้ย้ายสถานที่เรียนไปยังวัดบวรนิเวศ  ในปีนี้ก็สอบได้เปรียญธรรม 4 ก็ขอยุติเรื่องเรียนบาลีไว้แค่ตรงนี้ ปัจจุบัน ปี 2560 ก็ยังคงเป็นมหาเปรียญสี่ประโยคเช่นเคย. หลังจากนั้นได้เรียนจบปริญญาที่ มมร.ส่วนกลางที่นครปฐมซึ่งเป็นรุ่นแรกๆที่ได้เข้าไปอาศัยเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้จนจบครบ หลักสูตร 5 ปี  ก็เข้ารับการศึษาใน ระดับปริญญาโท ทันทีที่ มรจ.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย เป็นระยะเวลา 2 ปี ความรู้ที่มีก็เหมือนจะไม่พอ ปีถัดมาหลังจากรับปริญญา เลยถือโอกาสเข้ารับการอบรมเพื่อเป็นพระธรรมทูตส่ายต่างประเทศ  จริงๆแล้วสาเหตุหลักที่ต้องการเป็นพระธรรมทูตก็คงจะเหมือนพระภิกษุหลายๆรูปหลายๆท่านผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของการรับสมัครพระธรรมทูต คือ มีพรรษาครบ 5 รู้ธรรมะวินัย มีศรัทธา ความเสียสละ มีทัษะด้านภาษาและความอดทน..ซึ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติหลักที่กรรมการใช้ในการขัดเลือกผู้เข้ารับการสมัคร แต่จริงๆแล้วจากประสบการณ์ที่อาตามาได้มีโอกาศไปอยู่อาศัยช่วยกิจการพระศาสนาในหลายๆประเทศ..คุณสมบัติหลักที่พระธรรมทูตต้องมีคือ ความมีจิตอาสา..มีคุณธรรมเห็นแก่ส่วนรวมไม่ทำให้เกิดการแตกแยกสามัคคีในองค์กรวัด..ทานข้าวเหนียว.พูดภาษาลาวหรืออีสานได้ยิ่งดี..คติประจำใจที่ควรมีของผู้ที่มีความปรารถนาอยากเป็นพระธรรมทูตก็คือ..ฝึกฝนตัวเองให้พร้อมเสมอ.พร้อมที่จะเอื้อมมือคว้าทุกๆโอกาศที่ผ่านเข้ามาในช่วงระยะเวลาที่แสนจะจำกัดนั้น.........ดั่งคำคมที่เขาว่ากันว่า.โอกาสก็เหมือนไอติม.ถ้าหากไม่กินมันก็จะละลาย.นั่นเอง.อาตมาภาพเองก็เช่นกันขณะที่เข้ารับการอบรมก็ไม่รู้เส้นทางชีวิตตัวเองเลยว่าจะเดินไปทางไหน..ครั้งแรกก็แค่ถูกเพื่อนชวนว่าจะได้ไปประเทศ ไอร์แลนด์ด้วยกันสุดท้ายก็ไม่ได้ไป.ครั้นใกล้จะจบโครงการเพื่อนหลายท่านก็ชวนไปหลายที่..เช่นดาลัมซาร่า ไปเพื่อเรียนภาษา  ไปเยอรมันนี..ก็เหมือนจะเป็นแค่มโนภาพเพื่อนหลายท่านก็พากันขายฝันให้กันและกัน สุดท้ายก่อนจบโครงการอบรม หลวงพ่อพระครูโฆษิตพุทธิศาสตร์  อาจารย์ใหญ่ด้านวิปัสสนา ท่านขออาสาสมัครไปปฏิบัติงานที่ประเทศญี่ปุ่นสองรูป อาตมาเลยไม่รอช้าขอรับอาสา จึงได้ไปปฏิบัติงานที่ญี่ปุ่นกับเพื่อนอีก 1รูป จากวัดใหม่ทองเสน เขตุดุสิต กทม. ไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ ที่วัดระฆังญี่ปุ่น  ซึ่งก็ได้ปฏิบัติศาสนกิจที่นั่นอยู่ 2 ครั้งๆละ 3 เดือน ก็ได้มีโอกาสสัมผัสวัฒนธรรมการเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นและคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นมากพอควร คนไทยที่นั่นส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม  มีครอบครัวและมาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ 20-30ปีที่แล้ว บางท่านก็เป็นเจ้าของร้านอาหารเครื่องดื่ม.บางท่านก็เปิดร้านนวดแผนไทย.ซึ่งก็พออยู่ได้..ผู้คนในญี่ปุ่นค่อนข้างสุภาพและเป็นมิตรกับคนไทย สภาพบรรยากาศและธรรมชาติที่ญี่ปุ่นค่อนข้างดี  บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน..มีระเบียบวินัย การเดินทางส่วนใหญ่ใช้รถไฟหรือรถเมย์ก็ถือว่าสะดวก..ภัตตาหารเรื่องการขบฉัน ปัจจัยเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างถือได้ว่าสัปปายะ..แต่มี เรื่องหนึ่งที่ท่านต้องทำใจไว้หากต้องการไปอยู่ที่นั่นก็คือเรื่องภัยธรรมชาติ.
      หลังจากนั้นไม่นานนัก ปี 2559 มีพระอาจารย์รูปหนึ่งซักชวนให้ไปปฏิบัติงานที่ ฝรั่งเศส ท่านคือ ดร.พระมหานงค์ เปรียญธรรม 9 ประโยค วัดยานนาวา  อาตมาได้รับความอนุเคราะห์เมตตาจากท่านไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดนวมินลียง ประเทศฝรั่งเศส เป็นระยะเวลา 3 เดือน  อยู่จำพรรษาด้วยกัน 5 รูป  ซึ่งมีพระจากวัดหัวลำโพง ด้วย1รูป  ได้มีโอกาศไปเข้าร่วมประชุมพระสงฆ์ไทยในสหภาพยุโรปที่วัดศรีนคริน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จึงได้มีโอกาสพบกับเจ้าของเพจชื่อดังนามว่า alittle buddha เป็นครั้งที่สองหลังจากได้มีโอกาสต้อนรับท่านครั้งที่จำพรรษา ณ ประเทศ ญี่ปุ่น ท่านชักชวนและบอกให้ดำเนินเรื่องขอวีซ่าอเมริกาเลยนะ  
          โอ้.วันเวลานั้นผ่านพ้นไปเร็วไวมากสำหรับคนที่พึ่งจะรู้ตัวว่าอายุอานามจะย่างเข้าสามสิบเสียแล้ว..แต่เวลาอาจจะเดินช้ามากสำหรับคนที่กำลังตั้งตารอ..หรือมีใจจดจ่อกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง..ซึ่งมันก็จะหงุดหงิดหน่อยๆเหมือนเวลา 5 โมงเย็นเลิกงานแล้วอยากจะรีบกลับบ้านแต่กรรมเจ้ารถทำไมถึงติดยาวขนาดนี้..
         แต่อย่างไรก็สุดจะแล้วแต่..เหนือสิ่งอื่นใดนั้นทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับ..ใจ..หากจิตใจเรามั่นคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ขององค์กรพระธรรมทูตที่ยึดมั่นตามหลักและอุดมคติที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้แล้ว..ว่า“จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชน      -สุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสสานํ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ” ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสำเร็จได้ตามพุทธประสงค์แน่นอน..หากแต่ว่าความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น อาจจะมีบ้างแต่ในทัศนะของอาตมาภาพคิดว่าส่วนน้อย..ส่วนมากแล้วการที่พระธรรมทูตมาปฎิบัติศาสนกิจในต่างประเทศประสบกับปัญหาและอุปสัคต่างๆมากมายจริงแล้วพระธรรมทูตในต่างประเทศมีสถานะไม่ต่างกับชาวบ้านทั่วไปนอกจากมีกรอบระเบียบวินัยคอยบังขับเป็นกำแพงหนาแน่นอยู่แล้วยังมีกฏระเบียบสังคมต่างประเทศที่ต้องประพฤติด้วย กฎหมายก็ต้องรู้การกระทำใดๆจะเป็นไปโดยอำเภอใจนั้นไม่ได้..ท่านจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆทั้งนั้นในต่างประเทศ..เมื่อท่านได้ตัดสินใจมาอยู่ในต่างปนะเทศแล้ว..เจอญาติโยมดีก็ดีไป.เจอเจ้าอาวาสดีก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง..แต่ถ้ามาอยู่แล้ว..เจอวัดที่มีโยมเป็นเจ้าอาวาสเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์พื้นที่ก็จะแย่ๆหน่อย..สถานภาพบุคลากรทางศาสนาในปัจจุบันยังขาดการพัฒนาหลากหลายด้านโดยเฉพาะด้าน.ภาษาจีน อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปนนั้นก็สำคัญสำหรับการพัฒนาบุคลากรทางศาสนาควรส่งเสริม ไม่ควรส่งเสริมแต่เรื่องศาสนะสถานเพียงด้านเดียว  

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พระประจำวันเกิด ภาษาอังกฤษ english version

แปลหนังสือสุทธิ english version

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์ต่อหลายๆท่าน

ธรรมะเรื่อง การเสียสละ การให้ และความมีเมตตา กรุณาต่อกัน

เทศน์ ตั้งนะโม ททํ มิตฺตานิ คนฺถตีติ. ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้    ขอน้อบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ขอโอกาสพระเถรานุเถระทุกรูปทุก ท่าน ขอเจริญพร เจริญสุข ญาติโยมสาธุชนคนใจบุญท่านทั้งหลาย ที่ได้มาประชุม พบเจอกันในวันอังคาร ที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ นี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวันดีที่คณะญาติธรรม มูลนิธิพระธรรมมะจาริกในนครลอสแองเจอลิส ร่วมกับ มหาลัยโพธิศาสตร์ นำโดยท่านพระอาจารย์ ดร.พิชัยนาท ท่านพระอาจารย์ ดร.บุณยากร โยมแม่บัว โยมแม่นิอร โยมแม่วิไล น้าแอ็ด โยมพี่จิตตรา พร้อมด้วย เพื่อนสนิทมิตรสหายมากหน้าหลายตา ตั้งจิตตั้งใจชักชวนกันมารับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ ณ วัดมหาพุทธารามแห่งนี้ ว่ากันว่า #คนจะงาม งามที่ใจ ใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต #คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า งามวาจา งามความคิดงามนิสัย งามมารยาท งามกิริยา งามทั้งภายนอกภายใน ตัวอย่างนั้นไซร้ ก็ คุณโยมวันชัย โยมแม่วิไลและแม่นิอรนี่ไง งามหน้าที่ ดูแล้วเด่น เป็นราศี งามน้ำใจสวยสง่าไร้ราคี  ท่านว่าไว้ เป็นสตรี หรือบุรุษ ก็สุดงาม อาต...