ทำบุญข้าวประดับดิน
{นะโม} อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหตุ ญาตะโญติ
บัดนี้ จักกล่าวแก้เสียวสวาดเทศนา คำที่ลาว โบราณปราชญ์ปุ่นแปลงไว้ นำคลองเค้า ปฐมลางลาวเก่า นับได้หลาย ถ้วนข้อ มาแต้มแต่งแปลง ให้ม่วนแม้น ฟังง่ายไทเฮ้า ตามทำนอง กาบกลอนดาดั่ง ผิว่าเขิน ขัดค่อง บกเบาบางอยู่ ขอแต่ท่านผู้ฮู้ อภัยข้า อย่าเตียน
ขอโอกาสพ่อแม่ครูบา อาจารย์ ขอเจริญสุข เจริญพร พ่อตู้ แม่ตู้ ออกตนญาติโยมทุกๆถ่านที่มาตุ้มมาโหม โมทนาทำบุญฮักษาศีลกินทาน ทำบุญเดือนเก้า บุญห่อเข้าปะดับดิน สืบสานประเพณีฮีดคองแต่เค้าของเก่าแต่โบราน เพินว่าประเพณีบุญห่อเข้าน้อยนี้ เป็นครองปู่ย่าฮีตเค้า เว้าสืบต่อกันมา ว่าท่านยมพบาลเผินเปิดโอกาสให้ ปวงภูตเปตรผีบรรพชนที่ได้ว่ายวนอยู่ภายพื้น ได้ขึ้นมายังมนุษย์โลก หวังสิคืนมาเอาเข้า ที่ลูกหลานเอามาวางปล่อย เอิ้นว่าห่อเข้าน้อย ประสงค์ให้ใช่ภาชน์ อุทิศาไปเถิงท่าน ผู้สถิดอยู่โลกใหม่ มีจิตใจส่งให้ฮู้ ได้ซู่ซ้วนส่วนบุญ ดวงวิญญาณบรรพบุรุษบ่มาวุ่น หย้อนว่าลูกหลานบ่ลืมคุณ จิตแจ่มใสเบิกบานแล้ว ก็ได้ให้อวยพร เว้ากะเว้ามื้อนี้กะได้ตกมาฮอดเดือนเก้า ลมทั่งใบบักบก ทางบ้านเฮ้าฝนกะคือสิตกรินฮ้วย ฮำลงภาคพื้น ข้าวเขียวผืนนาน้ำ ปลาคือสิบืนเล่นม่วน กบเขียดชวนเล่นน้ำ ยามนี้แม่นหน้าฝน. มือนี้มีฮีตเก่ามาบอกให้ฮู้ บุญแต่งทานจัด ประดับดินมีมา แต่ปางปฐมครั้ง พากันทานของให้ สังฆเจ้าบุญแต่ง ญาติพี่น้องผู้ฮักแพง เพิ่นหากละคาบเมี้ยนมาถ่ารับกุศล ฟังเสียงแตกจ้นจ้น เดินป่าวกลองเดิก อึกกะทึกคึกโคม ซ่อยกันทานสร้าง หมายหยาดน้ำทานให้ คนแพงที่ละคาบ เพิ่นได้ตายจากแล้ว มาคองถ่ารับเอาบุญ พอแต่ฮอดเดือนเก้า เป็นกาลแห่งวัสสา ฝูงประชาชนจัด แต่งเตรียมทานไว้ พากันทานยังข้าว ประดับดินบุญแต่ง ฟังเบิ่งอาตมาสิแจ้ง เป็นข้อต่อผญา.ยามเมื่อเสิงสางฟ้า แจ้งฮุ่งราศี รัสมีแสงทอง ส่องแยงโพยมพื้น พีชะผืนเขียวเข้มดินดำน้ำซุม ปลาได้ซุมแซบซ้องผะยองเต้นทั่วนา.ขวบเมื่อเดือนนี้น้า ตกแต่งทำทานพากันจัดบุญมีแต่กาลบูราณชี้ ฮีตเฮามีเดือนเก้า ดับเพ็งสิบสี่ค่ำ ผะดับดินบุญค้ำ ทานให้แก่ผู้ตาย. อาตมาขอบอกไว้ ตกแต่งทำทาน มีเป็นสามวาหะ อย่าได้ไลลืมสิ้น ตามที่ควรทำนั้น มันมีจังได๋แน่ ฟังเบิ่งเด้ออาตมาสิแก้ ผญาน้อยตื่มลำ อันที่หนึ่งฟังเด้อเจ้า เฒ่าแก่ชรากาล ตามตำนานเฮ็ดบุญ แต่งทำจังได๋แท้ ฟังคดีไขอ้างทานไปแจกจ่าย หย่ายนำทางเป็นสาย เลาะอารามวัดกว้าง ตามแท้แต่สิทำ พลูบุหรี่กล่าวย้ำภาชนะคาวหวาน เงินทานสุดแต่ตามใจเจ้า อาศัยหย่ายยังข้าวประดับดินบุญแต่ง ชื่อผู้ตายเอิ้นให้แจ้งๆอย่าหลงซ้นลืมไล่ ยามเมื่อพระเพิ่นตั้ง ตีแต่งกลองเสียงเผดียงเป็นกลอนเดิก แต่งไปหาแจ้ง อย่าได้ลืมหย่ายข้าว ในอารามทางย่าง แต่งเป็นบุญส่วนที่หนึ่ง ยังบ่จบสามข้อ ฟังไปหากสิฮู้ ญาครูเฒ่าเพิ่นสอน ตอนนี้อาตมาสิจ้อน ตอนแห่งคำผญา แต่ปฐมปัณณา ได้สั่งความสอนไว้ ส่วนที่สองให้เจ้าฝังดินไว้ เป็นปุ๋ยไม้ใหญ่ เฮาอาศัยไม้นั้นได้ จังหลบฮ้อนแดดฝน คือเป็นมาแต่ต้นปู่ยาสังคัยสี สั่งท้าวกงกะลี ลูกหลานอย่าลืมเว้น คือว่าดงดินพื้น มีคุณเป็นอเนก ผะดับดินบอกเบื้อง บุญให้ส่งเถิงแน่เด้อ หมายความว่า คือฝังดินไว้นี้แม่นส่วนที่สอง ตามครรลองฮีตลาวกล่าวมาแถลงชี้ อันนี้มีในเรื่องปฐมมูลต้นเหตุ ปู่ยาสอนสั่งไว้อย่าลืมถิ้มฮีตเดิม ผู้ริเริ่มนั้นแม่นท้าวกงกะลีกับนางธรณีคำแต่งตามความเว้า บ่ได้เดาไปเรือยปฐมมูลเชิญอ่าน ฟังเบิ่งอาตมาสิต้านเป็นข้อต่อไป ส่วนที่สามนั้นได้ ให้ตกแต่งทำทาน ของคาวหวาน แต่งไปให้เหมิดสิ้นให้ยินดีทานน้อม นำสงฆ์พุทธบาท อุทิศาญาติพี่น้อง ผู้คองถ่ารับทาน. หากแม่นเฮาแต่งตั้ง ทำแต่งอุทิศบุญ สิเป็นผลนำชัก ให้อยู่บนสวรรค์เมืองฟ้า ญาติที่มารับถ่า รอทานเฮาแจกจ่าย สิอวยพรให้อยู่สุขสำบาย ทุกข์บ่มีได้เดือดฮ้อน เวรข้องบ่พาล หากแม่นลืมฮีตนั้น เขาสิแซ่งบ่มีดี ตายเป็นผีอย่าให้ได้กินของทาน คือดั่งตนโตนี้ ญาติมึงมีมันลืมซ้ำ กตัญญูบ่ทำต่อ พวกผีแม่ผีพ่อเพิ่นสิสาปส่งให้ บ่มีได้ใหญ่เจริญ. กวีดินกล่าวเอิ้น เดินป่าวประกาศเสียง เผดียงเป็นคำกลอน ภาคภาษาเฮาลาวนี้ บทกวีชั้นเยี่ยม ไผเทียมบ่ได้ง่าย จำไว้เด้อทุกๆท่าน อย่าลืมเค้าฮีตหลังเหลียวเบิ่งทางฝ่ายก้ำ ก้ำฝ่ายทักษิณ หูได้ยินเสียงลม กล่อมเสียงแคนพื้น ลาวเฮายืนหยัดตั้ง ฮีตคองแต่เก่า กวีดินนำมาติดต่อเว้า ผญาเค้าแต่เดิม.มาบัดนี้ จับเอากลอนท้อนเข้า บ่ขอรอสิบอกกล่าว เรื่องประวัติความเป็นมาประดับดินบุญหย่ายข้าวมันมีเค้าว่าจังได๋ ฟังเบิ่งเด้ออาตมาสิได้บอกเอ่ยเขยข้อแถลงไข แซมไปตามคำกลอนบอกราวสาวเรื่อง ถึงคนอยู่แถวทางก้ำเมืองลาวพู้นแล้ว ได้พากันทำทานบุญแฮมเดือนเก้า คือว่ามันมีมานานโดนแล้วตั้งแต่พุทธกาล อตีเตกิระดั่งได้ยินเพิ่นเว้าโบราณเก่าเล่าจามา ว่าพระยาพิมพิสารเจ้าได้ทำทานถวายที่ เวฬุวันอารามกว้าง ป่าไผ่หลวงเป็นที่อยู่ สัพพัญญูโคดมเจ้า ได้มาเข้าแม่นพักจำ ถวายในครั้งนั้นลืมทานอุทิศญาติ ผู้ที่ตายไปแล้วมารอถ่ารับกุศล อันนี้แม่นเปิดดูค้นเห็นอ่านมาวิจารณ์ หลายตำนานแต่เทียวจา ได้ว่ามาให้ฮับฮู้ อีกตำนานตามปฐมปัณณากล่าวไว้ มันมีแท้ว่าเรื่องจริง คือเมื่อครั้งโลกสิ้นแล้วหมุนผ่านกาลเวลา พรหมลงมากินดินเลยได้เล่าเป็นคนซ้ำ มีลูกหลานเหลนหล่อนอยู่ตามดอนดงบักอี่ ผู้แรกคือปู่สังคัยสาย่าสังคัยสี ได้สั่งสอนลูกหลาน ให้ฝังเป็นปุ๋ยไว้ ใส่ขี้ดิน คือดงดอนทั้งสิ้น ป่าใหญ่ดอกทั้งเหมิด มีคุณหลายควรนบมากอนันหลายเท่า ยามเมื่อสองเขือเฒ่ามรณังตายหนีจาก ประดับดินหย่ายให้ พอสิได้ดอกอิ่มกิน เว้าไปหลายก็บ่สิ้นตามที่อ่านได้เทียวจา อาตมาได้นำมาเป็นบทเขียน แต่งประพันธ์ให้เห็นเค้า ประดับดินบุญหย่ายเข้าเดือนเก้าเด้อทุกๆท่าน ให้ซุมเจ้าได้ฮู้ เฮ็ดตามฮีตขีดตามคอง อย่าให้หมองฮีตเค้าซุมเจ้าให้ไตร่ตรอง ฟังกลอนลำนำต้านให้ฮู้อ่านเรื่องประวัติ จัดเป็นตอนให้มันซัดบ่ว่าเดาให้มันเยิ้น เชิญทำทานบุญหย่ายข้าวประดับดินฮีตเฮาเก่าอย่าได้ลืมไล่ทิ้ม มูลมั่งของพ่อแม่ รักษาเอาไว้แน่ฮีตคองเฮาพื้นบ้าน ลาวนั้นให้ฮุ่งเฮือง ..เทศนาวสนา เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ในท้ายที่สุดนี้ อาตมาภาพขออ้างเอาคุณแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า จงอำนวยอวยชัยให้ออกตนญาติโยมทุกๆท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพร่างกาย เข็มแข็ง แข็งแฮง ทุกถ่านทุกคนเทอญ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น