ตั้งนะโม “มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา มนสา เจ ปทุฏฺเฐน ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ จกฺกํว วหโต ปทํติ ขอกราบนอบน้อมแด่พระรัตนะตรัย มีพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ขอถวายความเคารพท่านเจ้าอาวาส พระเถรานุเถระทุกรูปทุกท่าน และขอเจริญพร ญาติโยมสาธุชนผู้ใจบุญ ทั้งหลาย โดยเฉพาะท่านเจ้าภาพกัณเทศน์ในวันนี้
นำโดยโยมแม่เพชรสมร คงหอม พร้อมด้วยครอบครัว วันนี้เป็นวันธรรมัสวณะในฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันพุธ ที่ ๑๘ เดือน ตุลาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ ลำดับต่อไป อาตมภาพ จักได้รับประทานแสดงพระธรรมเทศนา ในพระธรรมคาถา พรรณนาถึง เรื่องที่ว่า ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า สำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าบุคคลมีใจร้าย พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ทุกข์ย่อมไปตามเขา เพราะเหตุ (ที่มีใจร้าย) นั้นดุจล้อที่หมุนไปตามรอยเท้าโคที่ลากแอกไปอยู่ฉะนั้น แต่ถ้าบุคคลมีใจผ่องใสแล้ว พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ความสุขย่อมติดตามเขาไป เพราะเหตุ (ที่มีใจผ่องใส) เหมือนเงาไปตามตัว ฉะนั้น…ใช่ไหมโยมแม่เพชรสมร คนเรานี่ถ้าหากมีใจแล้วมันทำได้แทบทุกอย่างเนาะ ใจนั้นสำคัญไฉน คนเราถ้าไม่มีใจให้ก็มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าคนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรลงไปมันก็ว้าวุ่น เหมือนทำอาหารมาวัดเนาะโยมแม่เพชรสมร ถ้าได้ตั้งจิตตั้งใจแล้ว สามวันเนาะกว่าจะได้ ไหนจะไปตลาด โขรกน้ำพริก ทำน้ำแกง ถ้าไม่มีใจตั้งมั่นจริงนี่วันนี้พระไม่ได้ฉันแน่นอน ฉะนั้นเรื่องที่ว่า ใจนั้นสำคัญยิ่ง สำคัญที่สุด มันจริงตามนั้นเลย ความดี ความชั่วทั้งหลายก็เช่นกันเริ่มต้นที่ใจ ทั้งนั้น”เพราะบุคคลจะ คิด พูด ทำ สิ่งที่เป็นบุญ หรือเป็นบาป ก็เริ่มมาจากใจก่อน คนที่มีความสุข เพราะใจเขาเป็นสุข คนที่มีความทุกข์ก็ เพราะใจเขาเป็นทุกข์ ใจจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง-บุคคลที่เรายอมรับว่า เป็นคนดีนั้น เพราะเขาได้ทำดีและพูดดี ทั้งนี้ย่อมมาจาก มีความคิดดี เป็นมูลเหตุมาก่อน “ ใจของมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐที่สุด มีค่าที่สุดเท่าที่มนุษย์มีอยู่ ”เพราะเป็นสิ่งชี้ชะตาชีวิตของมนุษย์ บุคคลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ใจของเขาเป็น ความเป็นคนดีก็มาจากความตั้งใจที่จะเป็นคนดีก่อน ปราศจากความตั้งใจเสียแล้ว เราก็จะไม่มีความมุ่งมั่น สะเปะสะปะไปตามกระแสโลก คนธรรมดาได้กลายเป็นพระอรหันต์ เป็นที่เคารพบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ก็เพราะใจของท่านปราศจากกิเลส ฉะนั้นจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิ่งใดต้อง เริ่มต้นที่ใจของเรา การกระทำที่นับว่าเป็นความดีได้แก่ ที่เป็นกายกรรม มี 3 อย่าง คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เป็นวจีกรรม มี 4 คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ที่เป็นมโนกรรม มี 3 คือ ไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองร้าย เห็นชอบตามคลองธรรม (สัมมาทิฐิ) กุศลกรรมบถ ก็คือสุจริตทางกาย ทางวาจา และทางใจนั่นเอง ถ้าหากใจไม่ดี จะพูด จะทำอะไรมันก็ไม่ดีไม่งามไปด้วย เมื่อญาติโยมรู้อย่างนี้แล้วจึงควรเป็นคนใจดี พูดดี ทำดี เหตุเพราะความดีย่อมนำความสุขมาให้แก่ตนเอง นี่ก็ใกล้ถึงงานทอดกฐินเข้ามาทุกทีแล้วนะ เหลือเวลา เพียงแค่ 15 วัน ก็จะถึงวันงานแล้ว นอกจากต้องเตรียมสถานที่ ข้าวปลา อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือต้องเตรียมกายเตรียมใจของเรา ให้มีใจดี ใจบุญ ใจกุศล นอกจากใจแล้วก็ต้องเตรียมกายด้วยนะ ใครจะเจ็บจะป่วย ก็รีบๆ รีบเป็นรีบหาย ยังพอมีเวลาอยู่อย่างน้อยก็สองอาทิตย์พอถึงวันงานทำบุญแล้ว จะได้ชดชื่นเบิกบาน เพิ่นว่าบุญกรรมนี่เป็นคู่คือเงา เงานั่นไปนำเฮาสู่วันบ่อมีเว้น แม่นเฮาพามันเล่นพามันเต้นแล่น พามันแอะแอ่นฟ้อนเงานั้นกะแอ่นนำ แม่นสิลงไปถ้ำภูผากะตามช่าง เงากะนำแทบข้าง ทียมเจ้าบ่อห่อนวาง อุปมาคือดั่งบุญกรรมสร้าง สินำทางโตเจ้าสู่บาดหย่าง บุญกรรมบ่อวางเว้น สิตามส้นแม่นผู้ทำ..เกิดเป็นคนควรตอกย้ำ เซ้าค่ำให้มีศีล ใจเป็นบุญสุนทาน ต่อคำพุทโธเจ้า ความระกำเหงาเศร่า สิพาเฮาให้เห็นป่อง ท่องทางธรรมละเว้น เข็ญฮ้ายให้หน่ายหนี คนในโลกานี้ ย่อมมีทุกข์สุขผสม เอาศีลธรรมมาประโลม ข่มใจให้หายฮ้อน สิ่งบั่นทอนจิตใจฮ้าย สิหนีไกลหลีกห่าง หันมาฟังธรรมมะเจ้า ลำนำเว่ากล่าวผญา ญาติโยมเอย อย่าสุมัวเมาด้น เดินทางอยู่กางป่า ให้ถามผู้เพิ่นฮู้ จูงแขนเข้าใส่ทาง อย่าสุมัวก้าวย่าง หลงหย่างกางพงไพร อย่าสุเดางมไป หากสิเสียเวลาเจ้า คนเฮานับมื้อเฒ่า กายกายาชราแก่ ออกจากเสือสิพ้อแข้ คันบ่ฮู้ฮ่อมไป เพิ่นบอกทางให้จำไว้ อย่าได้ลื่นคำจา เด็กน้อยบอกผู้ชรา กะอย่าทำเป็นฮ่ายลางเถื่อเด็กน้อยฮู้ เห็นทางสิก้าวหย่าง คือจั่งเสือกับช้าง ยังบ่ฮู้บ่อนปลา อย่ามีอคติฮ้อน ถือว่าโตเกิดก่อน สิบอกบ่อนทางให้ฮู้ พอให้เจ้าค่อยไป เมืองพระธรรมข่อยนี้ได้ เดินท่องพอสมควร พอได้เห็นกระบวน บ่อนทางสิเมือบ้าน วาจาขานพอให้ฮู้ ผู้ฟังธรรมให้จำจื่อ อย่าถืออคติฮ้าย ให้ฟังไว้บัดห่าดี อันว่า ดงด่านไม้ มากหมู่สรรพสัตว์ มีแมงมอดหมู่หนอน หน่อแนวนามบ้ง มีขนหนามยาวสั้น แปนโตใยห่อ สีก็หากต่างแต้ม ตามเซื้อเผ่าพันธุ์ อันหนึ่ง ไม้ต่างไม้ สูงใหญ่ต่างกัน เกิดอยู่ดงแดนเดียว อยู่โฮมฮวมได้ มีหมู่เถาว์กอดเกี้ยว กกกอดายเดี่ยว พันธนังขอดข้อง สานเกี้ยวก่องกัน อันนี้ บอกบ่อนบั้น สานเกี่ยวสัมพันธ์ สมานฉันท์ ฮักหอมถนอมไว้ คือจั่งเถาว์เคียนไม้ ยามลมโถมทั่ง ยังได้ซูซ่อยซ้วน เสมอไม้แก่นเดียว อย่าได้ชังโกรธฮ้าย ปานกากับนกเค้า อดีตกาลนานแล้ว ปางเก่าบรม ครั้งปฐมบรรพ์ โลกเฮาพวมฟื้น ทั่วภายพื้น ปฐพีโลกลุ่ม สัตว์โฮมตุ้ม เจริญขึ้นทุกถิ่น สรรพสัตว์ต่ำใต้ ทั่วไพรผืนป่า ได้สรรหาคัดเลือก ตนเจ้าจอมราชัน สัตว์เดินดินว่านั้น เสนอเจ้าฝูงสัตว์ มีมากมาย หลายวงศ์วานเซื้อ มีทั้งเสือสิงห์ซ้าง กวางงัวควายป่า หมาฟานเก้ง หมีเหม่นแรดกระทิง อันว่าสิงห์ดูอาจ กล้าหาญโดดเด่น
จึงได้เป็นวงศ์เจ้า เขาเอิ้นราชสีห์ ฝ่ายปักษีสัตว์ปีก ฝูงบินเหิรฮ่อน ย้านเกิดความเดือดฮ้อน ภัยฮ้ายมาเบียดบัง จึงได้ชุมนุมตั้ง หวังสรรหาหัวหน้าใหญ่ ทำหน้าที่ป้องภัย อันตรายใหญ่น้อย คอยตุ้มคุ้มครอง ผองสัตว์ปีก เสนอเจ้าปักษี มีมากมาย หลายวงศ์วานเหง้า มีทั้งกานกเค้า แหลวกระเรียนและแฮ้งใหญ่ ทั้งนกยูงไก่ฟ้า หงส์ฮูกและกาเวา อันว่าวงศ์นกเค้า ดูดีโดดเด่น จึงได้ถืกเลือกเฟ้น เสนอให้เป็นราชา แต่ว่ากาคัดค้าน บ่เห็นด้วยในมติ เหตุผลดีพอควร ด้วยสำนวนโวหารเว้า“เหลียวแนมเบิ่งนกเค้า หน้าตาเลาเค้าเม้าอยู่ หลิงแนมดูเฮ็ดพึ่งวึ่ง เป็นตาย้านปานยักษา อันนี่เพียงแค่หน้า ธรรมดานกเค้าเพิ่น เบิ่งเผินๆยังตาย้าน เบิ่งดู้นั่นว่าแม่นผี ลองคึดเบิ่งเวลาที่ นกเค้าเพิ่นมีโมโห ยามเพิ่นมีโกธา เคียดสูนอารมณ์ร้าย คือสิเบิ่งบ่ได้ ตาอยากอายไททางอื่น ขอเสนอให้ยึดคืน บ่ควรมอบตำแหน่งนี้ ให้นกเค้าเป็นผู้นำ”ทุกฝ่ายก้ำ เห็นด้วยความกา จึงได้คัดสรรหา ราชาตนเจ้า คันสิเอากาเล่า ก็ขนดำโตก่ำ ซ้ำบ่หนำขี้ย้าน บ่ควรคู่เป็นผู้นำ คำคัดค้าน นกเค้าว่ามีเหตุผล กาจึงจนต่อคำ พลาดผู้นำเป็นเจ้า สุดท้ายได้เลือกเหง้า เอานกหงส์ผู้งามค่อง ผู้ขนขาวผุดผ่อง หุ่นสะองสะอางเยิ้น เหิรล่องว่องไว เป็นราชายอดไท้ ฝูงใหญ่แห่งปักษา เขาจึงเอิ้นราชา พญาหงส์แต่ตอนนั้น บัดนี้หันมาเว้า เค้าและกาจาสับส่อ นกเค้าบ่พอใจแล้ว จึงอาฆาตจองเวร กาก็เช่น คือดั่งเดียวกัน ได้ผูกใจจองเวร อริกันแต่ปางนั้น ทุกวันนี้ คันแม่นกากับนกเค้า พ้อกันยังคือเก่า กาก็ตีนกเค้า นกเค้าก็ตีกา อันเวราหรือเวรนี้ ผูกไปแฮ่งยาวต่อ คันแม่นตัดขาดเว้น เวรนี้จั่งสิหาย ไผผู้ตัดขาดได้ ระงับเวรกรรมก่อ
จั่งสิได้พบพ้อ เฮืองฮุ่งสงบเย็น ชื่อว่าเวรกรรมนี้ นิทานมีแต่ก่อนเก่า คำโบราณเพิ่นเว้า สอนไว้เป็นผญา “อันว่ากากับนกเค้า บ่เข้าฮ่อมแกวกัน อันว่าหนูกับแมว บ่อยู่นำกันได้”
“อย่าได้มีเวรฮ้าย ผูกกรรมนำจ่อง ให้เมตตาฮักใคร่ อภัยให้แก่กัน” นิทานธรรมสั้นๆ ผันผญามาเว้าต่อ พอให้อ้ายเอื้อยน้อง ผู้คองถ่าได้ฮิ่นตรอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น